พระราชกรณียกิจ สมเด็จพระเทพราชสุดาฯ

หน้าแรก
ประวัติความเป็นมา
วิสัยทัศน์ /พันธกิจ
ข้อมูลพื้นฐานทั่วไป
ประเพณีวัฒนธรรม
สถานที่สำคัญ
ที่ทำการ อบต.ศรีประจันต์

โครงสร้างอบต.ศรีประจันต์
คณะผู้บริหารอบต.ศรีประจันต
สมาชิกสภา อบต.ศรีประจันต์
สำนักปลัด
กองคลัง
กองช่าง
ส่วนการศึกษา ศาสนาฯ
ส่วนสาธารณสุขฯ

กำนัน/ผู้ใหญ่บ้าน
อาสาสมัคร อสม.
อาสาสมัคร อปพร.
สภาวัฒนธรรม
สภาเด็กและเยาวชน

ยุทธศาสตร์การพัฒนา
แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา
แผนพัฒนาตำบล 3 ปี
แผนการดำเนินงาน
แผนอัตรากำลัง
แผนชุมชน
แผนปฎิบัติการป้องกัน
    และบรรเทาสาธารณภัย

ข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่าย
     ประจำปีของอบต.ศรีประจันต์

รายงานประมาณการรายรับ
รายละเอียดประมาณการรายรับ
รายงานประมาณการรายจ่าย
รายละเอียดประมาณการรายจ่าย
รายงานการติดตามและ
     ประเมินผลแผนพัฒนา

รายงานการจัดเก็บรายได้
รายงานงบรายรับ-รายจ่าย
รายงานการเงินประจำปี
การแถลงนโยบายต่อสภา
ประกาศกำหนดสมัยประชุมสภาฯ
ประกาศเรียกประชุมสภาฯ
รายงานการประชุมสภา
รายงานประชุมคณะผู้บริหาร
การจัดการองค์ความรู้(KM)
พรบ.ข้อระเบียบกฏกระทรวง
ระเบียบการรับบริการต่างๆ
สาระน่ารู้/เอกสารเผยแพร่
กองทุนประกันสุขภาพ
ข้อมูลผู้สูงอายุ/ผู้พิการ
ลดขั้นตอน/ระยะเวลา
     การปฏิบัติราชการ

ศูนย์รับเรื่องราวร้องเรียน
ตู้รับฟังความคิดเห็นประชาชน

ผู้ดูแลระบบ
เช็คอีเมล์
Visited :
เริ่มนับตั้งแต่
วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2552
หน้าหลัก ศูนย์ข้อมูลข่าวสาร กิจกรรม สินค้า OTOP กระดานสนทนา ท่องเที่ยว ติดต่อ อบต.
 
 
 
  หัวข้อข่าว : งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  รายละเอียดข่าว : บัติเหตุที่เกิดขึ้นจากการโดยสาร หรือขับขี่รถจักรยานยนต์บนท้องถนนในบ้านเรายังเป็นสถิติที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตมากเป็นลำดับต้นๆ และที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือ มีรายงานว่า 1 ใน 3 ของ ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นหัวหน้าครอบครัว ซึ่ง หมายถึงความยากลำบากในการใช้ชีวิตของคนที่อยู่ข้างหลังที่ต้องสูญเสียเสาหลักของครอบครัวไป เราไม่ปฏิเสธว่า รถจักรยานยนต์ไม่ได้ถูกออกแบบให้มีระบบการป้องกันผู้ขับขี่มากมายนัก ตรงกันข้าม สมรรถนะ และความรวดเร็วของรถกลับถูกนำมาเป็นจุดขายมากกว่าระบบความปลอดภัย นั่นหมายความว่า ผู้ที่ตัดสินใจเลือกจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ จำเป็นที่จะต้องดูแล และรับผิดชอบ ความปลอดภัยของตัวเอง แม้บ้านเราจะมีกฎหมายบังคับใช้มาเป็นเวลาหลายปี แต่ปรากฎว่ามีผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จำนวนไม่น้อยที่หลบเลี่ยงการสวมหมวกกันน็อคโดยคิดว่าไม่เป็นอะไร และเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาก็สายจน เกินแก้ เพื่อเป็นการปัดฝุ่นกฎหมายที่ใช้ และเพื่อกระตุ้นเตือนให้ผู้ขับขี่เล็งเห็นความจำเป็น และ ความสำคัญของการสวมหมวกกันน็อค โครงการ "องค์กรต้นแบบ ส่งเสริมการสวมหมวกนิรภัย 100%" จึงถูกก่อตั้งขึ้นโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะทำงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร.) และภาคีเครือข่ายด้านความปลอดภัย ทางถนน เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ผู้ขับขี่จักรยานยนต์หันมาสวมหมวกกันน็อคให้มากขึ้น และจะต้องสวมอย่างถูกวิธีอีกด้วย นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีหมวกนิรภัย 3 ประเภทตามที่กฎหมายระบุ 3 ประเภท ได้แก่ 1. "หมวกนิรภัยแบบ ครึ่งใบ" คือ หมวกนิรภัยที่เปลือกหมวกเป็นรูป ครึ่งทรงกลมปิดด้านข้าง และด้านหลังเสมอระดับหู 2. "หมวกนิรภัยแบบปิดเต็มหน้า" คือ หมวกนิรภัยที่เปลือกหมวก เป็นรูปทรงกลมปิดด้านข้าง ด้านหลัง ขากรรไกร และคาง และ 3. "หมวกนิรภัยแบบเต็มใบ" คือ หมวกนิรภัยที่เปลือกหมวกเป็นรูปทรงกลม ปิดด้านข้าง และด้านหลังเสมอแนวขากรรไกร และต้นคอด้านหลัง ด้านหน้าเปิด เหนือคิ้ว
   
  [แนบไฟล์] :
     
    - e_efjlmoux1459.jpg